สิทธิของผู้ซื้อบ้านและคอนโด กฎหมายคุ้มครองคุณอย่างไร

บ้านหรือคอนโดเป็นทรัพย์สินชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิตของหลายคน บางคนเก็บเงินมาทั้งชีวิตและต้องผ่อนต่ออีกยี่สิบสามสิบปี แต่ผู้ซื้อส่วนใหญ่เซ็นสัญญาโดยไม่รู้ว่ากฎหมายคุ้มครองอะไรไว้ให้บ้าง การรู้สิทธิของตัวเองก่อนวางเงินจอง คือวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะได้บ้านตามที่ตกลงกันไว้
สรุปสั้น ๆ
- ผู้จัดสรรต้องใช้สัญญาจะซื้อจะขายตามแบบมาตรฐาน ข้อสัญญาที่ต่างจากแบบและไม่เป็นคุณต่อผู้ซื้อ ไม่มีผลใช้บังคับ
- สิ่งที่ผู้ขายโฆษณาหรือรับปากว่าจะให้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาได้ แม้ไม่ได้เขียนไว้ในสัญญา
- ในคดีผู้บริโภค ศาลพิพากษาเกินคำขอได้ รวมถึงสั่งให้จ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ
สิทธิของผู้ซื้อ 3 ช่วงเวลา
- ก่อนซื้อและหลังรับโอน เรื่องสัญญาจะซื้อจะขาย คำโฆษณาและคำรับปากของผู้ขาย และความชำรุดบกพร่องที่พบหลังเข้าอยู่
- ตอนรับมอบสาธารณูปโภค ผู้ซื้อร่วมกันจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพื่อรับโอนถนน สวน และสาธารณูปโภคอื่นจากผู้จัดสรร
- เมื่อนิติบุคคลบริหารเอง ในฐานะสมาชิก คุณมีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ สมัครเป็นกรรมการ และตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการ
หมู่บ้านของคุณอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับไหน
โครงการจัดสรรรุ่นเก่าอยู่ภายใต้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 พ.ศ. 2515 ส่วนโครงการที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีการแก้ไขล่าสุดและมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569
กฎหมายทั้งสองฉบับมีเป้าหมายเดียวกัน คือคุ้มครองผู้ซื้อ ควบคุมการจัดสรรที่ดินของผู้ประกอบการ กำหนดให้สาธารณูปโภค เช่น ถนน สวน สโมสร และไฟส่องสว่าง ต้องคงไว้เพื่อผู้อยู่อาศัย และต้องมีผู้รับผิดชอบดูแลบำรุงรักษาและจัดบริการสาธารณะ เช่น รักษาความปลอดภัยและเก็บขยะ
คอนโดใช้หลักเดียวกันตามพระราชบัญญัติอาคารชุด ทรัพย์ส่วนกลางเป็นของเจ้าของร่วมทุกคน และบริหารโดยนิติบุคคลอาคารชุด
สำหรับผู้ซื้อชาวต่างชาติ. ชาวต่างชาติซื้อห้องชุดได้ภายในสัดส่วนที่กฎหมายอนุญาตให้คนต่างด้าวถือครองในอาคารนั้น โดยต้องนำเงินเข้ามาจากต่างประเทศ แต่โดยทั่วไปไม่สามารถถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในหมู่บ้านจัดสรรในนามตนเองได้ ส่วนสิทธิผู้บริโภคในบทความนี้ใช้กับทุกคนที่ซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย
สัญญามาตรฐาน
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจัดสรรต้องทำตามแบบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด ข้อสัญญาส่วนใดที่ไม่เป็นไปตามแบบและไม่เป็นคุณต่อผู้ซื้อ ไม่มีผลใช้บังคับ (พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน มาตรา 34) หากผู้จัดสรรใช้สัญญาของตนเองเพื่อเอาเปรียบ ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้องสิ่งที่เสียไปคืนได้
สองเรื่องในสัญญามาตรฐานที่ควรรู้
- ภาษีและค่าธรรมเนียมการโอน แบบสัญญากำหนดให้ภาษีของผู้ขายเป็นภาระของผู้ขาย อ่านต่อ ซื้อบ้านจัดสรร ใครต้องจ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมการโอน
- ความชำรุดบกพร่อง ผู้ขายต้องรับผิดในส่วนโครงสร้าง ได้แก่ เสาเข็ม ฐานราก เสา คาน พื้น โครงหลังคา และผนังรับน้ำหนัก 5 ปีนับจากวันโอน และในส่วนรั้ว กำแพง ส่วนควบ และอุปกรณ์ 1 ปีนับจากวันโอน
ใครบ้างคือผู้บริโภค
ไม่ใช่เฉพาะคนที่จ่ายเงินซื้อสินค้า ผู้ใช้บริการ เช่น คนที่นำรถไปจอดในห้างสรรพสินค้า และผู้ได้รับของแจกจากผู้ประกอบธุรกิจ ก็เป็นผู้บริโภคด้วย หากเกิดความเสียหาย คนกลุ่มนี้ก็ใช้สิทธิตามกฎหมายผู้บริโภคได้เช่นกัน
สิทธิพื้นฐาน 3 ข้อ
- สิทธิได้รับสัญญาที่เป็นธรรม ข้อสัญญาสำเร็จรูปที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจได้เปรียบเกินสมควร ศาลไม่ให้ใช้บังคับได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
- คำพูดและคำโฆษณามีผลเป็นสัญญา โฆษณา โบรชัวร์ และคำรับรองของผู้ขายหรือพนักงานขาย ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา แม้ไม่ได้เขียนไว้ อ่านต่อ คำพูดของเซลล์ขายบ้าน คอนโด และรถ มีผลเป็นสัญญา
- สิทธิได้รับการเยียวยา เมื่อทรัพย์ที่ได้รับไม่ตรงตามสัญญา ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ปลอดภัย
สิ่งที่ศาลทำได้ในคดีผู้บริโภค
ในคดีแพ่งทั่วไป ศาลพิพากษาเกินกว่าที่โจทก์ขอไม่ได้ แต่ในคดีผู้บริโภค พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคให้อำนาจศาลมากกว่านั้น ศาลสามารถ
- กำหนดค่าเสียหายให้ถูกต้อง แม้สูงกว่าที่ผู้บริโภคขอ หรือกำหนดวิธีบังคับที่เหมาะสมกว่า (มาตรา 39)
- สั่งให้เปลี่ยนสินค้าใหม่แทนการซ่อม หรือให้คืนเงินและรับสินค้าคืน (มาตรา 41)
- ในกรณีได้รับบาดเจ็บ สงวนสิทธิแก้ไขคำพิพากษาเพื่อเพิ่มค่าเสียหายภายหลัง หากอาการรุนแรงขึ้น
- สั่งให้เรียกเก็บสินค้าที่ไม่ปลอดภัยออกจากตลาด
- ให้กรรมการหรือผู้ถือหุ้นร่วมรับผิด หากมีการยักย้ายทรัพย์สินของบริษัทเพื่อหนีความรับผิดต่อผู้บริโภค
- สั่งให้จ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ ไม่เกิน 2 เท่าของค่าเสียหายที่แท้จริง หรือไม่เกิน 5 เท่าหากค่าเสียหายจริงไม่เกิน 50,000 บาท เมื่อผู้ประกอบธุรกิจเอาเปรียบโดยไม่เป็นธรรม จงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (มาตรา 42)
นอกจากนี้ ผู้บริโภคที่ยื่นฟ้องโดยทั่วไปได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
ก่อนวางเงินจอง
- เทียบสัญญากับแบบสัญญามาตรฐาน ข้อไหนต่างจากแบบให้ถามให้ชัด
- เก็บโบรชัวร์ โฆษณา และภาพหน้าจอเพจโครงการไว้
- ขอให้พนักงานขายยืนยันคำรับปากสำคัญเป็นลายลักษณ์อักษร ข้อความทาง LINE ก็ใช้เป็นหลักฐานได้
- ขอดูใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินและแผนผังโครงการที่ได้รับอนุญาต
อ้างอิงกฎหมาย
- พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 34 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 มีผลใช้บังคับ 1 มีนาคม 2569
- ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 พ.ศ. 2515 (โครงการจัดสรรรุ่นเก่า)
- พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522
- พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 11, 39, 41 และ 42
- พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายไทย ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับกรณีของคุณโดยเฉพาะ อัตราดอกเบี้ยและจำนวนเงินในคำพิพากษาเป็นไปตามกฎหมายในขณะที่มีคำพิพากษา กรุณาติดต่อสำนักงานก่อนดำเนินการ