รถใหม่ป้ายแดงเครื่องยนต์ชำรุด ศูนย์และบริษัทผู้ผลิตต้องร่วมรับผิด

รถใหม่ควรใช้งานได้ดี แต่เมื่อมีปัญหา ผู้ซื้อมักถูกโยนไปมาระหว่างศูนย์ บริษัทผู้ผลิต และไฟแนนซ์ คำพิพากษานี้แสดงว่าผู้บริโภคเรียกร้องให้ทั้งศูนย์และผู้ผลิตรับผิดได้
สรุปสั้น ๆ
- ผู้ซื้อเป็นผู้เช่าซื้อรถจากไฟแนนซ์ จึงไม่ใช่เจ้าของรถ แต่ฟ้องในฐานะผู้บริโภคได้
- สมุดรับบริการที่ระบุชื่อผู้ซื้อทำให้การรับประกันเป็นสัญญาให้บริการ ผู้ผลิตที่กำกับมาตรฐานการซ่อมของศูนย์ ถือว่าร่วมให้การรับประกันด้วย
- เมื่อซ่อมแล้วยังใช้ไม่ได้ ศาลให้ศูนย์และผู้ผลิตร่วมกันชดใช้ 750,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย
ข้อเท็จจริง
ผู้ซื้อใช้รถมาเพียง 7 เดือน ขับไปประมาณ 12,000 กิโลเมตร เครื่องยนต์เริ่มไม่มีกำลังและเร่งไม่ขึ้น ศูนย์บริการพยายามซ่อมโดยมีบริษัทผู้ผลิตกำกับดูแล แต่เมื่อทดลองขับ รถยังเร่งไม่ขึ้นขณะแซง ผู้ซื้อจึงไม่ยอมรับรถคืน และฟ้องทั้งตัวแทนจำหน่ายและผู้ผลิต
ประเด็นทางกฎหมาย 2 ข้อ
ผู้ซื้อไม่ใช่เจ้าของรถ เพราะเช่าซื้อจากไฟแนนซ์ แต่เมื่อตัวแทนจำหน่ายส่งมอบรถ ได้มอบสมุดคู่มือรับบริการที่ระบุชื่อผู้ซื้อเป็นลูกค้าผู้มีสิทธิรับบริการตามการรับประกันด้วย ศาลถือว่าข้อตกลงนี้เป็นสัญญาให้บริการระหว่างตัวแทนจำหน่ายกับผู้ซื้อ และเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค มาตรา 11
ผู้ผลิตไม่ได้ขายรถให้ผู้ซื้อโดยตรง แต่ผู้ผลิตควบคุมและกำกับดูแลมาตรฐานการซ่อมของตัวแทนจำหน่ายอย่างใกล้ชิด ศาลจึงเห็นว่าผู้ผลิตร่วมให้สัญญารับประกันกับตัวแทนจำหน่ายด้วย ทั้งสองเป็นผู้ประกอบธุรกิจผู้ให้บริการ ส่วนผู้ซื้อเป็นผู้บริโภค จึงฟ้องได้ทั้งสองราย
เช่าซื้อก็มีสิทธิ. รถส่วนใหญ่ในไทยซื้อแบบเช่าซื้อ ไฟแนนซ์เป็นเจ้าของจนกว่าจะผ่อนงวดสุดท้าย แต่ตามคดีนี้ ผู้ใช้รถยังเรียกร้องจากศูนย์และผู้ผลิตตามกฎหมายผู้บริโภคได้
หลักเรื่องการเยียวยา
- มาตรา 41 หากสินค้าชำรุดบกพร่องมาตั้งแต่ส่งมอบ และแก้ไขให้ใช้งานได้ตามปกติไม่ได้ หรือแก้แล้วยังอาจเป็นอันตราย ศาลสั่งให้เปลี่ยนสินค้าใหม่แทนการซ่อมได้
- มาตรา 39 หากค่าเสียหายหรือวิธีบังคับที่ผู้บริโภคขอไม่ถูกต้องหรือไม่เพียงพอ ศาลกำหนดให้ถูกต้องหรือเหมาะสมได้ แม้เกินคำขอ
คำวินิจฉัยของศาลฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4567/2561 วินิจฉัยว่า ตัวแทนจำหน่ายและผู้ผลิตพิสูจน์ไม่ได้ว่าซ่อมข้อบกพร่องเรียบร้อยแล้ว จึงต้องร่วมกันรับผิดในความชำรุดบกพร่อง ศาลใช้อำนาจตามมาตรา 39 และ 41 พิพากษาให้ทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี (อัตราตามกฎหมายในขณะนั้น)
สิ่งที่ผู้ซื้อรถควรรู้
- เก็บสมุดรับบริการ ใบสั่งซ่อม และข้อความทุกชิ้นเกี่ยวกับอาการเสีย
- แจ้งปัญหาเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ศูนย์ซ่อมก่อน แต่ไม่ต้องรับรถคืนหากอาการยังอยู่
- แม้รถติดไฟแนนซ์ ก็เรียกร้องได้ และอาจเรียกร้องจากผู้ผลิตได้ด้วย ไม่ใช่เฉพาะศูนย์
อ้างอิงกฎหมาย
- พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 11, 39 และ 41
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4567/2561
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายไทย ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับกรณีของคุณโดยเฉพาะ อัตราดอกเบี้ยและจำนวนเงินในคำพิพากษาเป็นไปตามกฎหมายในขณะที่มีคำพิพากษา กรุณาติดต่อสำนักงานก่อนดำเนินการ