ห้องชุดอยู่เหนือห้องเครื่องปั่นไฟ เสียงดัง ควัน สั่นสะเทือน ศาลให้ชดใช้ 3 ล้านบาท

เสียงรบกวนเป็นปัญหาที่พบบ่อยในการอยู่คอนโด แต่ในคดีนี้ เสียงมาจากห้องที่ผู้ซื้อไม่เคยได้รับแจ้งมาก่อน และศาลฎีกาใช้อำนาจพิเศษในคดีผู้บริโภคเพื่อเยียวยาผู้ซื้อ
สรุปสั้น ๆ
- สัญญาระบุว่าใต้ห้องชุดเป็นที่จอดรถ แต่ความจริงเป็นห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
- ศาลสั่งย้ายเครื่องไม่ได้ เพราะเป็นทรัพย์ส่วนกลาง การย้ายต้องได้มติจากเจ้าของร่วม
- ศาลจึงใช้อำนาจกำหนดวิธีเยียวยาที่เหมาะสม ให้ค่าเสียหาย 1 ล้านบาท และค่าเสียหายเพื่อการลงโทษอีก 2 ล้านบาท
ข้อเท็จจริง
สามีภรรยาซื้อห้องชุดในคอนโดย่านพหลโยธิน ราคา 1,850,000 บาท เข้าอยู่ได้เพียงเดือนกว่า คืนหนึ่งไฟฟ้าดับ มีเสียงดังอื้ออึงและแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาจากพื้นเป็นเวลานาน
วันรุ่งขึ้นผู้จัดการอาคารแจ้งว่า ใต้ห้องชุดของทั้งสองคือห้องติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ขณะที่เอกสารการขายระบุว่าพื้นที่ด้านล่างเป็นที่จอดรถ
ฝ่ายอาคารติดยางรองแท่นเครื่องเพิ่ม ทำฐานรองท่อระบายอากาศแยกจากเดิมที่ยึดอยู่ใต้พื้นห้อง และต่อท่อให้ยาวพ้นห้อง แต่ยังมีแรงสั่นสะเทือน เขม่าควัน กลิ่นน้ำมัน กลิ่นเผาไหม้ และเสียงรบกวน สามีภรรยาจึงฟ้อง ขอให้ศาลสั่งย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าออกไป
ปัญหาทางกฎหมาย
ศาลเห็นว่า การขายห้องชุดโดยไม่แจ้งว่าใต้ห้องเป็นห้องเครื่อง แต่ระบุว่าเป็นที่จอดรถ เป็นความแตกต่างในสาระสำคัญที่กระทบการอยู่อาศัยโดยตรง ถือเป็นการผิดสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ แต่ทั้งสองขอเพียงให้ย้ายเครื่อง
ซึ่งทำไม่ได้ เพราะเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้ร่วมกันในอาคารเป็นทรัพย์ส่วนกลางตามพระราชบัญญัติอาคารชุด การย้ายไปติดตั้งที่อื่นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทรัพย์ส่วนกลาง ต้องได้มติไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคะแนนเสียงเจ้าของร่วมทั้งหมด (มาตรา 48 (6)) ศาลจึงบังคับให้ผู้ขายย้ายเครื่องตามคำขอไม่ได้
ถามว่าอะไรอยู่รอบห้อง. ก่อนจอง ถามโครงการเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเหนือห้อง ใต้ห้อง และข้างห้องเป็นอะไร เช่น ห้องเครื่อง เครื่องปั่นไฟ ปั๊มน้ำ ห้องขยะ หรือทางลาดรถ แล้วเทียบกับแบบแปลน
ศาลแก้ปัญหาอย่างไร
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค มาตรา 39 ให้อำนาจศาล หากวิธีบังคับตามคำขอไม่เพียงพอต่อการเยียวยา ศาลกำหนดวิธีบังคับที่เหมาะสมได้ แม้เกินกว่าคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7567/2562 วินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ขายเป็นการทำละเมิดต่อผู้ซื้อมาโดยตลอด กระทบการอยู่อาศัยทั้งเรื่องควัน เสียง แรงสั่นสะเทือน และความปลอดภัย ศาลจึง
- กำหนดค่าเสียหายเป็นเงิน 1,000,000 บาท และ
- เห็นว่าผู้ขายไม่นำพาต่อความเสียหายและขาดความรับผิดชอบในฐานะผู้ประกอบธุรกิจที่ประชาชนไว้วางใจ จึงกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มอีก 2 เท่า เป็นเงิน 2,000,000 บาท (มาตรา 42)
รวมเป็นเงิน 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (อัตราตามกฎหมายในขณะนั้น)
สิ่งที่ผู้ซื้อควรรู้
- ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ได้รับแจ้งกับสิ่งที่ได้รับจริง อาจเป็นการผิดสัญญา แม้ตัวห้องจะตรงตามที่ระบุ
- ในคดีผู้บริโภค แม้ขอวิธีเยียวยาที่ทำไม่ได้ ศาลก็กำหนดวิธีที่เหมาะสมให้ได้
- จดสิ่งที่โครงการบอกเกี่ยวกับสภาพรอบห้อง และเก็บแบบแปลนไว้
อ้างอิงกฎหมาย
- พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 39 และ 42
- พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 4 และมาตรา 48 (6)
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7567/2562
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายไทย ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับกรณีของคุณโดยเฉพาะ อัตราดอกเบี้ยและจำนวนเงินในคำพิพากษาเป็นไปตามกฎหมายในขณะที่มีคำพิพากษา กรุณาติดต่อสำนักงานก่อนดำเนินการ